|
 |
       |
 |

เข้าใจภาษาอังกฤษภายใน 2 วัน
ที่มีวิธีการถ่ายทอดไม่เหมือนกับแนวทางที่ท่านเคยได้ศึกษามา โดยจะทำการเน้นหลักสำคัญภาษาอังกฤษ (Principle of English) ที่จะต้องทราบ โดยสามารถนำไปใช้ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การสอบ การทำงาน
|
|

แนะนำเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อคนไทยได้เก่งอังกฤษเยอะๆๆ (ภาค 3 : การอ่าน)
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เขียน Comment ในกระทู้ mthai และคำแนะนำ ตลอดจนคำถามภาษาอังกฤษที่ส่งมาผ่านอีเมล์ english2days@gmail.com และเว็ปไซต์ www.english2days.com นะครับ ก็คิดว่าผมได้ตอบให้ทุกท่านเข้าใจในประเด็นต่างๆ ที่ถามมาครบถ้วนนะครับ และก่อนที่จะขึ้นภาค 3 : การอ่าน (Reading) ผมขอเพิ่มเติมภาค 2 : คำศัพท์อีกนิดนึง
การเล่นเกมส์ที่เคยเล่นมาเมื่อสมัยยังเด็ก Scrabble คือ การเอาตัวอักษรมาเรียงกันให้เป็นคำแล้วจะได้คะแนนตามตัวอักษร เกมส์นี้สามารถเพิ่มคำศัพท์โดยไม่รู้ตัว ถ้าใครเล่นมาอย่างต่อเนื่องคำศัพท์คงได้กันมาอย่างมากมาย ถ้าใครยังไม่เคยเล่นก็ลองเล่นดูนะครับ ยิ่งถ้าเล่นกันเองภายในครอบครัวหรือในหมู่เพื่อนฝูง ก็จะทำให้ได้ทั้งศัพท์และความสนุกไปด้วยกันนะครับ อีกทั้งยังมีพจนานุกรมสำหรับ Scrabble ด้วยครับ ลองไปหาและนำมาศึกษากันดู ถ้าเล่นเก่งๆ ลองสมัครไปแข่งขันดู เผิ่อได้รางวัล (แล้วมาแบ่งผมด้วยนะครับ)
Crossword ก็เป็นอีกเกมส์ที่ท้าทายทักษะศัพท์ภาษาอังกฤษได้ เพราะต้องอ่านคำอธิบายของศัพท์แล้วไปหาศัพท์มาเติมในช่อง ผมเห็นคนอเมริกันชอบเล่นมากเลยครับเวลาเค้าอยู่ว่างๆ หรืออยู่บนรถเมล์กัน ซึ่งเกมส์นี้สามารถดูได้จากหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษทั่วไป ในเว็ปไซต์ก็มีนะครับ บางทีเค้าก็รวมไว้เป็นเล่มเลยครับลองไปดูตามร้านขายหนังสือนะครับ แต่ต้องขอให้ดูความยากง่ายให้เหมาะกับตัวเรานะครับ ผมมีอยู่เล่มหนึ่ง ทำยังไม่ครบ 10 หน้าเลยครับ
3. การอ่าน (Reading)
การอ่าน หรือ Reading ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก บางคนกลัวที่จะอ่านหนังสือ เอกสาร อีเมล์ หนังสือพิมพ์ (พอๆ กับเห็นจิ้งจก ตุ๊กแก ประมาณนั้น) ซึ่งผมอยากให้คุณเปลี่ยนทัศนคติ (Attitude) กับการอ่านเสียใหม่ การอ่านภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือนคุณไปทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ถ้าคุณไม่เข้าไปหา คุณก็ไม่มีวันจะได้มา เพราะฉะนั้น เปิดอ่านบัดนี้เลยครับ
ปกติทุกคนต้องอ่านภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ไม่ว่าจากการเรียน การทำงาน สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้คุณเกิดความเบื่อหน่าย อย่าพึ่งท้อครับ ลองฝึกฝนวิธีการอ่านด้วยวิธี ดังนี้
3.1 เลือกซื้อหรือหาหนังสือ บทความ ที่คุณชอบ ไม่ว่าจากร้านหนังสือ เช่น ถ้าคุณชอบดูหนัง คุณก็อ่านบทวิจารณ์ภาพยนตร์ ถ้าคุณชอบเสื้อผ้า ลองอ่าน Trend ของเสื้อผ้าปีนี้ หรือ ถ้าคุณชอบอ่านนิยาย นิตยสารภาษาอังกฤษ ลองไปหาซื้อตามร้านหนังสือทั่วไป ยอมลงทุนสักนิด หรือ แม้แต่แผงหนังสือจตุจักร ก็มีมากมายและราคาไม่แพงด้วย แล้วอ่าน อ่าน และก็อ่าน ตะลุยอ่านครับ ตอนแรกๆ อาจจะเบื่อ แต่คุณต้องผ่านสภาวะนี้ไปให้ได้ แล้วจะอ่านได้ไปเอง แต่อย่าท้อนะครับ เพื่อนผมคนหนึ่งไปเรียนต่อที่อเมริกาแล้วอยากอ่านนิยายเรื่อง Jurassic Park ที่แต่งโดย Michael Crichton ตอนนั้นเพื่อนคนนี้ยังไม่เก่งภาษาอังกฤษเลยครับ เพื่อนเค้าบอกผมว่าเค้าเปิดพจนานุกรมดูศัพท์ที่ไม่เข้าใจทั้งเล่มเลย ดูความพยายามเค้าสิครับ ซึ่งวิธีนี้ก็ดีนะลองไปซื้อนิยายที่เคยนำมาสร้างภาพยนตร์แล้วสิครับ อย่างน้อยเราทราบเรื่องราวแล้ว ทำให้ช่วยให้การอ่านง่ายขึ้น ลองดูนะครับ
3.2 บางสถานที่ทำงานอาจจะรับ หนังสือพิมพ์ประจำวัน เช่น Bangkok Post หรือ The Nation หรืออาจจะซื้อเอง ผมแนะนำวิธีการซึ่งเรียกว่า "Miracle of Newspaper in 3 weeks หรือ ปาฏิหาริย์หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ 3 สัปดาห์" โดยขั้นตอนแรกกล้าที่จะหยิบขึ้นมาครับ แล้วอ่านเฉพาะหัวข้อข่าว (ที่ตัวอักษรขนาดใหญ่) ทั้งเล่มแค่นั้นพอ ไม่รู้ศัพท์ก็เปิดพจนานุกรม คุณก็จะทราบภาพรวมทั่วไปของคำศัพท์ที่ใช้ในวันนี้ ขอให้คุณทำอย่างนี้สักอาทิตย์ มันจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในตัวคุณคือ คุณอยากอ่านข่าวที่คุณสนใจ แต่ภายในจิตใจมันจะค้านคุณว่า "อย่าอ่านเลย ไม่รู้เรื่องหรอก ศัพท์ยากจะตาย เนื้อเรื่องก็ยาวด้วย อ่านแล้วจะรู้เรื่องเหรอ" สู้กับมันครับ อย่าให้ความรู้สึกด้านลบมาชนะคุณ
พอเข้าอาทิตย์ที่สองผมขอแนะนำให้คุณเอาชนะความคิดแบบนี้ด้วยการอ่านข่าวสั้นๆ ก่อน หรือ บทความสั้นๆ เอาวันละหนึ่งข่าวหรือบทความ แค่นั้นพอ หากคุณมีกำลังใจและความกล้ากับมัน ลองอ่านสักสองบทความก็ได้ แต่ผมขออย่างเดียวอ่านแล้วต้องอ่านให้จบและเข้าใจ โดย ค่อยๆ แกะประโยคต่อประโยคโดยนึกถึงไวยากรณ์ที่สัมพันธ์กัน เข้าใจศัพท์ทุกตัวที่อ่าน ขอเน้นเอาแค่บทความสั้นๆ ที่ชอบ ทำอย่างนี้อีกหนึ่งอาทิตย์ จะเกิดปาฏิหาริย์อีก นั่นคือ คุณเริ่มรู้สึกอ่านมันได้ มีความคุ้นเคยกับรูปแบบประโยค เพราะนี่คือสไตล์การเขียน คุณเริ่มคุ้นศัพท์ในหมวดที่คุณอ่าน เช่นคุณอ่านบทความเศรษฐกิจ ก็จะมีศัพท์ด้านเศรษฐกิจ บทความการเมืองก็จะมีศัพท์การเมือง เพราะศัพท์มันก็วนเวียนอยู่แค่นี้แหละครับ ศัพท์บางคำมาทุกวัน เช่น illegally (ว่างๆ ลองนับดูสิครับ) มาถึงตอนนี้คุณจะเริ่มมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
คราวนี้มาขึ้นอาทิตย์ที่ 3 คุณเริ่มอยากอ่านข่าวยาวๆ (เราก็เจ๋งแฮะ) แต่คราวนี้จิตใจที่เคยค้านคุณเริ่มถอยออกไปนิดนึง มันจะคอยค้านอีก เช่น อย่าเลยมันยาวนะ เดี๋ยวอ่านไม่จบจะทำให้เราท้อนะ อย่าครับ สู้กับมัน สลัดมันทิ้งไป แล้วอ่านข่าวหรือบทความที่คุณชอบ บางคนชอบการเมือง ก็ให้อ่านการเมือง บางคนชอบด้านธุรกิจ การเงิน ก็อ่านข่าว Business ท่านใดชอบภาพยนตร์ ก็อ่านหน้าบันเทิง คำถามที่เกิดขึ้นในใจคุณตามมาคือ แล้วจะอ่านรู้เรื่องเหรอ แน่นอนครับ ผมมั่นใจว่าคุณต้องเข้าใจเรื่องที่จะอ่าน เพราะเรื่องเหล่านั้นคุณชอบมัน และทราบมาก่อนล่วงหน้าจากสื่อด้านอื่น เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หรือ แม้แต่หนังสือพิมพ์ภาษาไทย คุณจะทราบคร่าวๆ กับสิ่งที่คุณจะอ่าน ทำให้คุณสามารถเดาศัพท์ที่ไม่ทราบได้ แล้วลุยอ่านเลยครับ ไม่เข้าใจศัพท์ก็เปิดพจนานุกรม ทำความเข้าใจรูปประโยค ไวยากรณ์ หลังจากนั้นคุณพยายามทำอย่างนี้โดยอ่านวันละข่าวก็พอ เช่นเดียวกัน คือต้องเข้าใจ สามารถนำไปเล่าได้ โดยอ่านแบบนี้ทุกวันอีกหนึ่งอาทิตย์ คุณก็สามารถอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษได้ แต่ผมขอแนะนำไว้นิดนึงว่า การอ่านหนังสือพิมพ์อาจจะยากนิดนึง เนื่องจากผู้เขียนบางท่านอาจจะเขียนโดยการใช้ไวยากรณ์ขั้นสูง แต่ ใจเย็นครับ ค่อยๆ แกะไป หา ประธาน กริยา กรรม ให้เจอ เพราะภาษาอังกฤษมีแค่นี้เอง
ผมขอสรุปประเด็นนี้คือ "ปาฏิหาริย์ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ 3 สัปดาห์"
สัปดาห์ ที่ 1 : อ่านหัวข้อข่าว
สัปดาห์ ที่ 2 : อ่านบทความสั้นๆ
สัปดาห์ ที่ 3 : อ่านข่าวที่ชอบ
ลองทำดูครับ ถ้า 3 อาทิตย์ มันน้อยไป ลองปรับระยะเวลาให้เหมาะสมกับตัวเรานะครับ แต่ขอให้ตั้งใจอย่างเดียว แล้วความสามารถในการอ่านจะมาของมันเอง
ถ้าไม่ชอบแบบนี้อีก ก็อ่านโฆษณาก็ยังดี อย่างน้อยก็มีภาษาอังกฤษผ่านหูผ่านตาบ้าง มันจะทำให้เราเคยชินครับ ภาษาก็เหมือนภาพ เห็นบ่อยก็จะจำไปเอง
ถ้าไม่อยากซื้อหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอีก คือไม่อยากลงทุนนั่นเอง พูดง่ายๆ ว่ามีหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฟรีๆ บ้างไหม ขอบอกครับ มีครับ จัดให้ (ขออนุญาตยืมคำของคุณโน้ตมาหน่อยนะครับ) คือ เมื่อสองวันที่แล้วมีน้องคนนึงเค้าเอาหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษชื่อว่า Daily XPRESS มาให้ ผมลองเปิดอ่านดู ยอมรับว่าสุดยอดครับ มีคอลัมน์เหมือนหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษทั่วไป เช่น ข่าวทั่วไป ภาพยนตร์ เทคโนโลยี ดารา บทความต่างๆ ที่สำคัญคือ ฟรีครับ สามารถหยิบได้ตามสถานที่สำคัญ หรือสถานีรถไฟฟ้า เท่าที่ทราบมาจัดทำโดย Nation Group อย่าหาว่าผมเชียร์เลยนะครับ ก็ขอขอบคุณทาง Nation Group ที่มีสิ่งดีๆ ให้กับสังคมไทยเรา ลองไปหยิบมาอ่านนะครับ แถมยังมีเว็บไซต์ให้อีก คือ www.dailyxpress.net ลองอ่านดูนะครับ
3.4 ลองเข้าไปอ่านเว็บไซต์ภาษาอังกฤษบ้าง เพราะทุกวันนี้เราสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ทั่วโลก ให้ทำการเก็บ (Bookmark) เว็บไซต์ที่เราชอบไว้ แล้วเปิดอ่านบ้าง ไม่ว่าจะเป็นข่าว บทความ สารคดี รวมถึงวิทยาการความรู้ เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้เราตื่นเต้น กับรูปแบบของเว็บไซต์ และเนื้อเรื่องที่ชอบ บางครั้ง หากชอบบทความที่อ่าน ก็สามารถพิมพ์ออกมาและอ่านที่หลังได้อีก
3.5 สำหรับท่านที่อ่านตำราภาษาอังกฤษ (Textbook) อยู่ ก็แนะนำว่าลุยอ่านเลยครับ สไตล์การเขียนของตำราจะไม่ซับซ้อนเท่าไร แต่เนื้อหาต่างหากที่ยาก ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ แกะ เพราะเราต้องทำความเข้าใจในตัวภาษาที่เขียนและเนื้อหาของบทเรียน เลยทำให้อ่านยากสักนิด แต่ไม่ยากหรอกครับ ยิ่งถ้าใครกำลังอ่านบทความทางวิชาการ (Paper หรือ Article) ต้องอดทนนิดหนึ่งนะครับ เพราะสไตล์การเขียนบทความทางวิชาการจะหลากหลายมากขึ้นอยู่กับผู้แต่ง บางคนเขียนเข้าใจง่าย บางคนเขียนเข้าใจยาก เพราะผู้เขียนต้องใช้ทั้งสองทักษะในการเขียนบทความคือทักษะการถ่ายทอดความรู้ และทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นทำให้ผู้เขียนต้องใช้ความสามารถมากในการที่จะถ่ายทอดให้เราอ่าน ผมเคยถาม Professor ว่าผมอ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยของผมไม่เข้าใจเลย มันยาก ทำอย่างไรดี ท่านตอบแบบว่าจับใจมาก ไม่เคยลืมเลย คือ ถ้าคุณอ่านรอบแรกไม่เข้าใจ ก็อ่านรอบสอง ถ้ารอบสองไม่เข้าใจก็อ่านรอบสาม ถ้ารอบสามไม่เข้าใจ ก็อ่านรอบต่อๆ ไปจนคุณเข้าใจ โอโหสุดยอด ไปไม่เป็นเลยผม อึ้งไปชั่วครู่ ก็ได้ความคิดว่า ถ้าอ่านไม่เข้าใจ ก็อ่านไปเรื่อยๆ จนมันเข้าใจไปเอง
3.6 สำหรับคอเกมส์ทั้งหลาย อาจจะกล่าวได้ว่าเข้าทางได้เลย เนื่องจากต้องอ่าน กฎ กติกา และวิธีการเล่น การแนะนำตัวละครของเกมส์ เป็นสิ่งบังคับที่จำเป็นจะต้องอ่านเพื่อให้เกิดอรรถรสในการเล่นแต่ละเกมส์ ถึงแม้บางครั้งอาจจะมีการแปลมาเป็นภาษาไทยแล้ว แต่ขอให้กลับไปอ่านที่เป็นภาษาอังกฤษบ้าง อย่างน้อยเราก็พอจะทราบมาแล้วบ้าง ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งสองทาง คือสนุกกับการเล่นเกมส์ และ ได้ความรู้ภาษาอังกฤษในทางอ้อม แต่อย่ามัวแต่เล่นเพลินนะครับ
สำหรับการอ่านก็มีแค่นี้นะครับ ทุกอย่างก็ต้องพยายาม สู้ สู้ การอ่านเป็นการรวมทักษะของไวยากรณ์ และศัพท์เข้าด้วยกัน ถ้าคุณฝ่าด่านนี้ไปได้ ภาษาอังกฤษคุณมาแล้ว ยินดีด้วยมากๆ เลยครับ จากนั้นก็ไปเจอด่านต่อไปอีก หากท่านใดมีข้อแนะนำดีๆ ก็สามารถโพสเข้ามากันครับ เป็นการแชร์ในสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ แล้วสังคมเราจะได้เป็น Learning Organization เล็กๆ ครับ สำหรับคำถาม ข้อสงสัย ก็อีเมล์มาสอบถามหรือคุยกันได้นะครับ แล้วจะรีบตอบให้ครบครับ
Dr.NoM
|
|
|
|
|
|
|

|
|
| Copyright © 2006
English2Days.com. All Rights Reserved. Design by Softinfinity.net |
|
|
เรียนภาษา, เรียนภาษาอังกฤษ, เรียนอังกฤษ, หลักภาษาอังกฤษ, พูดภาษาอังกฤษ, อ่านภาษาอังกฤษ,
คอร์สภาษาอังกฤษ, Study English, หลักสูตรภาษา, หลักสูตรภาษาอังกฤษ |